|
ปัจจุบันธุรกิจเว็บ hosting เป็นธุรกิจที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ด้วยเงินลงทุนเพียงแค่ไม่กี่ร้อยบาท ถึงไม่กี่ หมื่นบาท ก็สามารถทำธุรกิจเว็บ hosting ได้แล้ว ทำให้มีผู้ประกอบการใหม่ๆเข้ามาสู่ธุรกิจนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นผู้ที่ทำเป็นอาชีพจริงๆ หรือ มือสมัครเล่น รวมถึงนักศึกษาที่ต้องการทดลองหรือหารายได้พิเศษจากธุรกิจนี้ ทำให้มีการแข่งขันกันสูง ราคาและคุณภาพการบริการก็หลากหลาย บทความนี้เป็นบทความที่ผมเขียนต่อจาก "การเลือก Web Hosting ให้กับเว็บไซต์คุณ (1)" เพราะเห็นว่าน่าจะเพิ่มเติมคำแนะนำบางอย่างเข้าไป ในการเลือกผู้ให้บริการเว็บ hosting ซึ่งน่าจะช่วยให้ผู้ที่ กำลังมองหาเว็บ hosting ได้มีข้อมูลเพิ่มมากขึ้นในการตัดสินใจ
1. ทดสอบคุณภาพการบริการทางอีเมล์
คุณอาจจะลองเมล์ไปสอบถามคำถามต่างๆกับทาง support แล้วลองดูระยะเวลาการตอบกลับอีเมล์ปัญหาของคุณว่าใช้เวลามากน้อยแค่ไหน ถ้าการตอบแต่ละครั้งใช้เวลานาน (ไม่ควรเกิน 1 วัน) แบบนี้ก็ไม่น่าที่จะเลือกใช้บริการ ลองส่งเมล์ไปสอบถามซัก 4-5 ครั้ง หรือมากกว่านี้ก็ได้ เพื่อดูความรวดเร็วในการแก้ปัญหาให้ลูกค้า และ ความใส่ใจในการบริการ ของผู้ให้บริการ
2. ทดสอบคุณภาพการบริการทางโทรศัพท์
เว็บไซต์ที่มีการให้รายละเอียดว่าบริการตอบปัญหาทางโทรศัพท์ แบบ 24 ชั่วโมง 7 วัน (24x7) ให้คุณลองโทรไปสอบถามในช่วงเวลาดึกๆ แล้วดูการให้ บริการของ ทาง support ว่าจะให้บริการได้จริงหรือไม่ แล้วการตอบคำถามเป็นอย่างไร มี hosting หลายรายที่ระบุไว้ว่า support ทาง โทรศัพท์ 24 ชั่วโมง แต่ ไม่ได้มีบริการเช่นนั้นจริงๆ
3. ช่องทางการติดต่อกับผู้ให้บริการ
ควรจะมีหลายๆ ช่องทางในการที่จะติดต่อกับผู้ให้บริการได้เผื่อในกรณีที่เกิดปัญหาจะได้ติดต่อได้อย่างรวดเร็ว ทั้งเบอร์โทรศัพท์พื้นฐาน, โทรศัพท์มือถือ และทางอีเมล์ ผู้ให้บริการ hosting บางรายแม้ว่าจะมีการให้บริการที่ดี แต่ถ้าคุณสามารถติดต่อได้แค่ทางอีเมล์แล้ว นั่นก็หมายถึงว่าคุณจะต้องรอรับการ บริการจากทางอีเมล์เท่านั้น
4. อย่าจ่ายเงินล่วงหน้าแบบรายปี ถ้ายังไม่แน่ใจ
การจะจ่ายเงินล่วงล่วงหน้าแบบรายปี ถึงแม้ราคาจะถูกกว่าการจ่ายแบบรายเดือน หรือ 3 เดือน แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องของผู้ให้บริการปิดตัวลงก่อนครบสัญญา หรือการให้ บริการที่ไม่ดี ตลอดระยะเวลาของสัญญาการให้บริการ ดังนั้นก่อนการจ่ายเงินเพื่อเช่าพื้นที่ก็ควรจะมีการทดลองการใช้งานและทดสอบการให้บริการของ hosting นั้นๆ ก่อน อาจจะเช่าเป็นรายเดือนซัก 1-2 เดือนเพื่อทดลองหลังจากมั่นใจแล้วถึงจะเปลี่ยนเป็นจ่ายแบบรายปีก็ได้
5. ตรวจสอบเรื่องสถานะของผู้ให้บริการ
คุณอาจจะดูจากลักษณะการประกอบธุรกิจ ว่ามีการจดทะเบียนหรือไม่ ผู้ให้บริการที่มีการจดทะเบียนเชิงพาณิชย์ ก็น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้อีกระดับหนึ่งว่า มีความตั้งใจในการการประกอบธุรกิจนั้นจริงๆจังๆ แต่การจดทะเบียนก็ไม่ได้รับประกันว่าคุณจะได้รับการบริการที่ดีเสมอไป ดังนั้นคุณควรจะใช้ การทดสอบคุณภาพการบริการ เป็นปัจจัยหลักก่อนในตัดสินใจ
6. มีการรับประกันการคืนเงินหรือไม่
ในกรณีนี้อย่างน้อยก็ทำให้คุณมีโอกาสได้รับเงินคืนหากคุณไม่พอใจในการใช้บริการนั้น
7. ราคาไม่ใช่ตัวบอกถึงคุณภาพการบริการเสมอไป
hosting ที่มีราคาแพง ไม่จำเป็นจะต้องมีประสิทธิภาพ และบริการที่ดีเสมอไป ในการแข็งขันที่รุนแรงของธุรกิจ hosting คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อบริการที่ดีกว่า คำว่า "ของดีราคาถูก" ยังมีอยู่ให้เห็นบ้าง แต่ก็อย่าลืมว่า "ของดีราคาถูก" ก็ดีในระดับหนึ่งเท่านั้น
ทั้งหมดนี้น่าจะช่วยทำให้คุณได้คำตอบว่า hosting เจ้านั้นมีบริการที่ดี เหมาะที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อบริการหรือไม่
บทความนี้ได้รับอนูญาติให้นำมาเผยแพร่ได้จาก นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ |